ยินดีต้อนรับสู่ ช๊อปคลับ แหล่งรวมสินค้าขายส่ง และ ขายปลีก

English
Thai

คาร์ซีท เบาะนิรภัยสำหรับเด็ก car seat ราคา ถูก★★★★★

car seat


คุณสมบัติ เบาะคาร์ซีท

คาร์ซีท เบาะนั่งเด็กในรถ ออกแบบให้มีเบาะนั่งกว้างขวาง หนูน้อยจึงไม่ต้องนอนห่อตัวเหมือนกระเช้าคาร์ซีทขนาดเล็กๆ และยังมี Head Support ที่ออกแบบมาเพื่อโอบอุ้มศรีษะ เด็กจึงไม่ต้องโอนเอนง่อกแง่กขณะนอนเหมือนยี่ห้อทั่วไป

  • ที่นั่งเด็กในรถยนต์ มีหลังคาบังแดดช่วยป้องกันลูกน้อยจากลมและแสงแดด
  • สามารถปรับได้ 3 รับดับ นั่ง เอน นอน
  • ปลอดภัยยิ่งขึ้นกับสายรัดนิรภัย 
  • แผ่น Support รองหลังหนูน้อยแบบเต็มตัว
  • เวิร์กตรงเวลาน้องหลับในรถก็สามารถหิ้วต่อไปได้เลย
  • สามารถทำเป็นเปลโยกไว้เล่นกับลูกรัก หรือล๊อคเมื่อไม่ต้องการไกว
  • สามารถใช้ร่วมกับรถเข็นเด็ก มาตรฐานความปลอดภัยแห่งยุโรป ECE
  • เบาะนิรภัยคาร์ซีทสามารถติดตั้งโดยให้เด็กหันหน้าเข้าหารถหรือหันหน้าออกขึ้นอยู่กับน้ำหนักของผู้ใช้
  • เบาะนิรภัยคาร์ซีทเหมาะสำหรับเด็กที่มีน้ำหนักตั้งแต่ 0- 18 กิโลกรัม หรือ แรกเกิด ถึง 4 ปี
  • ผ้าคลุมเบาะนิรภัยคาร์ซีทสามารถถอดซักได้
  • สามารถปรับได้ 3 รับดับ นั่ง เอน นอน
  • ติดตั้งสลับหน้า-หลังได้ ตามน้ำหนักและช่วงอายุเด็ก
  • มีบาร์กั้น บาร์กั้นปรับได้ 3 ระดับ และสามารถพับเก็บไว้ด้านหลังได้


ขนาด car seat กระเช้า

  • ขนาดของที่นั่งโดยวัดด้านใน กว้าง x สูง 33 x 50 ซม.
  • ขนาดโดยรวม 37 x 44 x 63 ซม.
  • คาร์ซีทแบบพกพา
  • มีเบาะรองท้ายทอย
  • วัสดุที่ใช้ผลิตปลอดสารพิษ ไม่มีกลิ่น บุเบาะอ่อนนุ่ม ระบายอากาศ
  • ออกแบบถูกต้องตามหลักสรีระศาสตร์
  • พกพาสะดวก พับเก็บง่าย ใช้ได้กับรถทุกประเภท

ไฮไลท์ คาร์ซีทเด็กแรกเกิด คาร์ซีทแบบกระเช้า

เบาะนั่งกว้างขวาง หนูน้อยจึงไม่ต้องนอนห่อตัวเหมือนกระเช้าขนาดเล็กๆ
Head Support ที่ออกแบบมาเป็นพิเศษเพื่อโอบอุ้มศรีษะ 
ปรับความสูงหมอนรองศีรษะและสายนิรภัยเด็กได้พร้อมกัน
ติดตั้งง่ายเพียงเสียบเข้ากับเข็มขัดนิรภัยในรถยนต์


ทำไมต้องใช้ คาร์ซีท Car Seat 
ก่อนอื่นเรามาพิจารณาถึง สภาวะในปัจจุบัน กล่าวคือ ครอบครัวเกือบทั้งหมดจะมียานพาหนะ คือ รถยนต์ เพื่อใช้เดินทางในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเดินทางไปทำงาน ช๊อปปิ้ง ท่องเที่ยว และครอบครัวก็จะต้องมีลูกน้อย หรืออาจจะเป็นส่วนใหญ่เสียด้วยซ้ำ ที่ชีวิตครอบครัวหมดไปกับการใช้ชีวิตอยู่ในรถบนท้องถนน ดังนั้น เพื่อความปลอดภัยในการเดินทาง ในกรณีที่มีลูกน้อยเดินทางไปด้วยนั้น ก็ต้องมีคาร์ซีท สำหรับลูกน้อยเพื่อความปลอดภัยของเด็กน้อย หากเกิดอุบัติเหตุ ถึงแม้ว่าคาร์ซีทจะมีราคาค่อนข้างสูง และมั่นใจว่าคุณพ่อหรือคุณแม่นั้นขับรถอย่างปลอดภัยก็ตาม แต่อุบัติเหตุก็สามารถเกิดขึ้นได้ทุกขณะ ในขณะคุณพ่อ คุณแม่ไม่ทันได้ปกป้องลูกน้อย

หากจะถามว่า เราอุ้มลูกน้อยไว้กับตัวในขณะโดยสาร โดยไม่ใช้คาร์ซีทปลอดภัยหรือไม่
คำตอบ คือ ปลอดภัยในระดับหนึ่ง ถึงแม้คุณแม่จะอุ้มลูกไว้อย่างใกล้ชิดก็ตาม แต่เมื่อเกิดอุบัติเหตุ ลูกน้อยอาจบาดเจ็บมากจนถึงขึ้นเสียชีวิตได้ เนื่องจากลูกจะอยู่ตรงกลางระหว่างรถกับคุณแม่ เมื่อเกิดแรงกระแทก ลูกจะโดนก่อน และยังเป็นกันชนช่วยลดแรงกระแทกที่จะมาถึงคุณแม่อีกด้วย กลายเป็นว่าคุณแม่ต่างหากที่ปลอดภัย ดังนั้น คาร์ซีทจึงเป็นสิ่งสำคัญ คุณพ่อ คุณแม่ควรที่จะเปลี่ยนใจมาใช้คาร์ซีทเพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้ลูกน้อย

ถามต่อว่า คาร์ซีทมีประโยชน์อย่างไร
คำตอบ คือ คาร์ซีทมีประโยชน์ช่วยลดระดับความรุนแรงจากอุบัติเหตุ และลดการบาดเจ็บของร่างกายของลูกน้อยได้ เมื่อติดตั้งคาร์ซีทอย่างถูกวิธี คือ สายรัดของคาร์ซีทอยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้องไม่รัดคอลูกให้อึดอัด และไม่หลวมเกินไป จนเด็กสามารถหลุดออกมาจากคาร์ซีทไปกับกระแทกกับภายในของรถ หรือหลุดออกนอกตัวรถ การติดตั้งคาร์ซีท ต้องติดตั้งในจุดที่เหมาะสม และปลอดภัยที่สุด แต่ทราบหรือไม่ว่า เจ้าคาร์ซีทที่ว่า ควรติดตั้งตรงไหนจึงจะช่วยให้ลูกปลอดภัยที่สุด คือ การติดตั้งคาร์ซีท ที่จุดกึ่งกลาง ของเบาะหลัง หรือติดตั้งคาร์ซีทที่บริเวณใกล้เคียงตรงกลางรถให้มากที่สุด เพราะการติตั้งคาร์ซีทจะช่วยลดการกระแทกที่เข้ามาด้านข้างรถได้ ในประเทศ

เลือกคาร์ซีทให้เหมาะกับวัย และน้ำหนักตัวของลูก
เด็กแรก เกิดจนถึงอายุประมาณ 12 เดือน หรือ 1 ปี และเด็กที่น้ำหนักตัวไม่เกิน 10 กก. ต้องใช้คาร์ซีทสำหรับทารก (infant seat) หรือ คาร์ซีทสำหรับทารกและเด็กเล็ก (convertible seat) และ ควรใช้คาร์ซีทแบบนั่งหันหน้าไปด้านหลังรถ และคาร์ซีทต้องสามารถปรับเอนไปกับที่นั่งป 45 องศา โดยประมาณ คาร์ซีทชนิดนี้จะปกป้องหัวของเด็ก ลำคอ และกระดูกสันหลังได้ดีที่สุด 
เด็กที่มีอายุมากกว่า 12 เดือน หรือ 1 ปี แต่ไม่เกิน 5 ปี หรือน้ำหนัก 10-28 กิโลกรัม ควรใช้คาร์ซีทแบบที่นั่งหันไปทางหน้ารถ
เด็กที่มีน้ำหนักตัว 15 - 18 กก. ควรใช้คาร์ซีทแบบมีพนักพิงด้านหลัง
เด็กที่มีน้ำหนักตัว 22 - 25 ก.ก. หรือเด็กที่มีอายุตั้งแต่ 6 ปีขึ้นไปสามารถนั่งตัวตรงได้ ควรใช้คาร์ซีทแบบไม่มีพนักพิงด้านหลัง

การฝึกลูกน้อยนั่งคาร์ซีท
คุณพ่อคุณแม่ดูแลควรที่จะสอนลูกน้อยให้นั่งคาร์ซีท โดยอาจจะพูดกับลูก ให้ลูกเข้าใจว่า จะต้องนั่งคาร์ซีทเพราะอะไร เช่น คาร์ซีทจะช่วยให้หนูปลอดภัย และคุณพ่อ คุณแม่ ก็รัก อยากให้ปลอดภัย ถึงต้องใช้คาร์ซีท ในช่วงแรก ลูกน้อยอาจงอแง ไม่ยอมนั่งคาร์ซีท ดังนั้นคุณแม่ควรนั่ง เป็นเพื่อนลูกอยู่ด้านหลังใกล้กับคาร์ซีท เพื่อพูดคุย เล่นด้วยกัน เล่านิทาน ทำให้รู้สึกเพลิดเพลินจนเคยชิน จากนั้นเด็กก็จะสบายใจ และสนุกกับการนั่งคาร์ซีท

เมื่อไหร่ที่ควรเลิกใช้คาร์ซีท
การที่จะเลิกใช้คาร์ซีทนั้น สามารถหยุดใช้เมื่อลูกอายุ 8 ขวบ ขึ้นไป หรือสูงเกิน 150 ซ.ม. หรือ สูงพอที่จะนั่งห้อยขา แล้วขายาวถึงพื้น และสามารถคาดเข็มขัดนิรภัยแล้วอยู่ตรงส่วนกระดูกเชิงกรานพอดี ไม่รัดอยู่ตรงหน้าท้อง ส่วนบนของเข็ดขัดนิรภัยพาดมาตรงส่วนหน้าอก ไม่ผ่านมาตรงแขน หรือคอของลูก

รูปแบบการแสดงผล

10 Item(s)

ต่อหน้า

Grid  List 

Loading...
รูปแบบการแสดงผล

10 Item(s)

ต่อหน้า

Grid  List